และแล้วก็มีอยู่วันหนึ่ง
ดิฉันได้ชวนเพื่อนออกไปขับมอเตอร์ไซด์เล่นท่ามกลางถนนที่เต็มไปด้วยเหล่าวัยรุ่นเล่นสาดน้ำกันอย่างเมามัน
ดิฉันและเพื่อนซ้อนสามกันเลยค่ะ รู้ทั้งรู้ว่าอันตรายแต่ก็ยังทำเพราะความคึกคะนอง วันนั้นดิฉันขับรถด้วยความเร็วสูงแถมยังมีเพื่อนติดสอยห้อยก้นมาอีกสอง
เมื่อมาถึงตรงทางโค้งซึ่งตรงมุมนั้นมีกลุ่มเพื่อนๆของดิฉันเองเล่นสาดน้ำกันอยู่
เมื่อเพื่อนทั้งหลายเห็นว่าดิฉันกำลังจะขับรถผ่านก็ตั้งท่าถือถังน้ำกันอย่างพร้อมเพรียง
แน่นอนค่ะว่าดิฉันจะต้องชะลอรถเพื่อให้เพื่อนๆได้สาดน้ำ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อดิฉันสะกดคำว่าชะลอเป็นแต่คงไม่เข้าใจความหมายเท่าไหร่
พอถึงจุดหักโค้งดิฉันก็เบรกแบบกะทันหันเลยค่ะ คิดว่ารถจะหยุดนิ่งอย่างสวยงามไหมคะ? ไม่เลยค่ะ ด้วยความที่ถนนลื่น
ทำให้รถเสียหลักล้มลงกับพื้นถนน
เพื่อนๆที่ซ้อนท้ายมาด้วยกันกระเด็นออกไปคนละทิศคนละทาง แต่ดิฉันไถลติดไปกับรถเป็นระยะทางยาวพอสมควร
เกิดอาการเบลออยู่นานทีเดียวถึงจะเริ่มตั้งสติได้
เกิดความรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งตัวก่อนสังเกตเห็นเลือดที่ติดอยู่ตามพื้นถนน
ดิฉันรีบหันมองดูเพื่อนๆปรากฏว่าทุกคนไม่เป็นอะไร จึงรีบหันกลับมาสำรวจตัวเองก็พบว่าตรงบริเวณเหนือสะโพกด้านขวาแผ่นหนังกำพร้าเปิดออกจนเห็นเนื้อ
มันน่ากลัวมากเลยค่ะ แต่ตอนนั้นเจ็บมีมากกว่ากลัว หลังจากที่ทำแผลแล้วกลับถึงบ้าน
หูชาไปหนึ่งเดือนเลยค่ะ ไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุนะคะแต่เพราะคุณแม่ที่รักบ่นยาวเหยียดแบบไม่รู้จักเหนื่อยกันเลยทีเดียว
แต่ก็เข้าใจค่ะ ว่าท่านบ่นเพราะเป็นห่วงและตลอดเวลาที่บาดเจ็บ คนที่คอยดูแลอย่างดี
ป้อนข้าวป้อนน้ำ เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ก็คงหนีไม่พ้นผู้เป็นแม่
ช่วงนั้นท่านต้องลางานไปหลายวันเลยค่ะ
จากเหตุการณ์ครั้งนั้นเลยทำให้ดิฉันรู้ว่า
การที่เราใช้ชีวิตอยู่บนความประมาทนั้้น บางครั้งไม่ได้เดือดร้อนแต่เราเพียงผู้เดียว
แต่ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับคนรอบข้างด้วยไม่มากก็น้อย ดังนั้นไม่ว่าจะกระทำอันใดก็ตาม
ก่อนจะกระทำควรนึกถึงตนเอง พ่อแม่
บุคคลใกล้ชิดและใครอีกหลายๆคนที่จะได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เรากระทำเสมอ
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบอัตชีวประวัติของคุณทำให้ดิฉันคิด
ตอบลบจะกระทำอะไรควรคิดให้ดี ๆคิดถึงพ่อ แม่
และคนใกล้ชิดมากๆอาจจะได้รับผลจากที่เรากระทำไว้