วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อัตชีวประวัติ

            เมื่อครั้งดิฉันยังเรียนอยู่มัธยมต้น หากถามว่าระดับใดนั้นดิฉันก็จำไม่ได้เสียแล้ว ช่วงนั้นเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ค่ะ สาดน้ำกันจนเปียกปอน สนุกสนานเฮฮาตามประสาวัยรุ่น และสิ่งที่ดิฉันขาดไม่ได้เลยคือการขับขี่มอเตอร์ไซด์เที่ยวเล่นไปมาตามเส้นทางต่างๆในอำเภอ ด้วยนิสัยที่ชอบความเร็วและไม่ค่อยระมัดระวัง ที่สำคัญคือชอบขับขี่มอเตอร์ไซด์เป็นชีวิตจิตใจ เกือบจะได้ชื่อว่าเป็นเด็กแว๊นแล้วเชียว

                และแล้วก็มีอยู่วันหนึ่ง ดิฉันได้ชวนเพื่อนออกไปขับมอเตอร์ไซด์เล่นท่ามกลางถนนที่เต็มไปด้วยเหล่าวัยรุ่นเล่นสาดน้ำกันอย่างเมามัน ดิฉันและเพื่อนซ้อนสามกันเลยค่ะ รู้ทั้งรู้ว่าอันตรายแต่ก็ยังทำเพราะความคึกคะนอง วันนั้นดิฉันขับรถด้วยความเร็วสูงแถมยังมีเพื่อนติดสอยห้อยก้นมาอีกสอง เมื่อมาถึงตรงทางโค้งซึ่งตรงมุมนั้นมีกลุ่มเพื่อนๆของดิฉันเองเล่นสาดน้ำกันอยู่ เมื่อเพื่อนทั้งหลายเห็นว่าดิฉันกำลังจะขับรถผ่านก็ตั้งท่าถือถังน้ำกันอย่างพร้อมเพรียง แน่นอนค่ะว่าดิฉันจะต้องชะลอรถเพื่อให้เพื่อนๆได้สาดน้ำ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อดิฉันสะกดคำว่าชะลอเป็นแต่คงไม่เข้าใจความหมายเท่าไหร่ พอถึงจุดหักโค้งดิฉันก็เบรกแบบกะทันหันเลยค่ะ คิดว่ารถจะหยุดนิ่งอย่างสวยงามไหมคะ? ไม่เลยค่ะ ด้วยความที่ถนนลื่น ทำให้รถเสียหลักล้มลงกับพื้นถนน เพื่อนๆที่ซ้อนท้ายมาด้วยกันกระเด็นออกไปคนละทิศคนละทาง แต่ดิฉันไถลติดไปกับรถเป็นระยะทางยาวพอสมควร เกิดอาการเบลออยู่นานทีเดียวถึงจะเริ่มตั้งสติได้ เกิดความรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งตัวก่อนสังเกตเห็นเลือดที่ติดอยู่ตามพื้นถนน ดิฉันรีบหันมองดูเพื่อนๆปรากฏว่าทุกคนไม่เป็นอะไร จึงรีบหันกลับมาสำรวจตัวเองก็พบว่าตรงบริเวณเหนือสะโพกด้านขวาแผ่นหนังกำพร้าเปิดออกจนเห็นเนื้อ มันน่ากลัวมากเลยค่ะ แต่ตอนนั้นเจ็บมีมากกว่ากลัว หลังจากที่ทำแผลแล้วกลับถึงบ้าน หูชาไปหนึ่งเดือนเลยค่ะ ไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุนะคะแต่เพราะคุณแม่ที่รักบ่นยาวเหยียดแบบไม่รู้จักเหนื่อยกันเลยทีเดียว แต่ก็เข้าใจค่ะ ว่าท่านบ่นเพราะเป็นห่วงและตลอดเวลาที่บาดเจ็บ คนที่คอยดูแลอย่างดี ป้อนข้าวป้อนน้ำ เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ก็คงหนีไม่พ้นผู้เป็นแม่ ช่วงนั้นท่านต้องลางานไปหลายวันเลยค่ะ

จากเหตุการณ์ครั้งนั้นเลยทำให้ดิฉันรู้ว่า การที่เราใช้ชีวิตอยู่บนความประมาทนั้้น บางครั้งไม่ได้เดือดร้อนแต่เราเพียงผู้เดียว แต่ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับคนรอบข้างด้วยไม่มากก็น้อย ดังนั้นไม่ว่าจะกระทำอันใดก็ตาม ก่อนจะกระทำควรนึกถึงตนเอง พ่อแม่ บุคคลใกล้ชิดและใครอีกหลายๆคนที่จะได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เรากระทำเสมอ

2 ความคิดเห็น:

  1. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  2. อัตชีวประวัติของคุณทำให้ดิฉันคิด
    จะกระทำอะไรควรคิดให้ดี ๆคิดถึงพ่อ แม่
    และคนใกล้ชิดมากๆอาจจะได้รับผลจากที่เรากระทำไว้

    ตอบลบ