วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 5

สิ่งที่ได้เรียนรู้

         ได้ทราบถึงวิธีการเขียนชีวประวัติ ที่เป็นการเขียนเล่าหรือกล่าวถึงบุคคลอื่นที่ผู้เขียนสนใจ และการเขียนคำขวัญ ที่เราได้เรียนรู้ในเรื่องของคำคล้องจองควบคู่ไปด้วย อีกทั้งยังมีเรื่องของการกล่าวเปิด - ปิด ในโอกาสต่างๆ ที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้
         กลุ่มของดิฉันเองก็ได้นำความรู้จากการไปศึกษาค้นคว้าเรื่องการเขียนเรียงความมาถ่ายทอดให้เพื่อนๆ

ความรู้ใหม่

       การกล่าวรายงานการเปิดงาน ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า "กราบเรียน...." สามารถใช้กับบุคคลสำคัญดังนี้
- นายกรัฐมนตรี
-ประธาน ส.ส.
- ประธาน ส.ว.
- ประธานศาลฎีกา
- ศาลรัฐธรรมนูญ
ฯลฯ

ข้อเสนอแนะ

       เพื่อนๆทุกคนนำเสนอได้ดีมากค่ะ มีกิจกรรมที่หลากหลาย น่าสนใจ และถ่ายทอดความรู้โดยไม่น่าเบื่อ

วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อัตชีวประวัติ

            เมื่อครั้งดิฉันยังเรียนอยู่มัธยมต้น หากถามว่าระดับใดนั้นดิฉันก็จำไม่ได้เสียแล้ว ช่วงนั้นเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ค่ะ สาดน้ำกันจนเปียกปอน สนุกสนานเฮฮาตามประสาวัยรุ่น และสิ่งที่ดิฉันขาดไม่ได้เลยคือการขับขี่มอเตอร์ไซด์เที่ยวเล่นไปมาตามเส้นทางต่างๆในอำเภอ ด้วยนิสัยที่ชอบความเร็วและไม่ค่อยระมัดระวัง ที่สำคัญคือชอบขับขี่มอเตอร์ไซด์เป็นชีวิตจิตใจ เกือบจะได้ชื่อว่าเป็นเด็กแว๊นแล้วเชียว

                และแล้วก็มีอยู่วันหนึ่ง ดิฉันได้ชวนเพื่อนออกไปขับมอเตอร์ไซด์เล่นท่ามกลางถนนที่เต็มไปด้วยเหล่าวัยรุ่นเล่นสาดน้ำกันอย่างเมามัน ดิฉันและเพื่อนซ้อนสามกันเลยค่ะ รู้ทั้งรู้ว่าอันตรายแต่ก็ยังทำเพราะความคึกคะนอง วันนั้นดิฉันขับรถด้วยความเร็วสูงแถมยังมีเพื่อนติดสอยห้อยก้นมาอีกสอง เมื่อมาถึงตรงทางโค้งซึ่งตรงมุมนั้นมีกลุ่มเพื่อนๆของดิฉันเองเล่นสาดน้ำกันอยู่ เมื่อเพื่อนทั้งหลายเห็นว่าดิฉันกำลังจะขับรถผ่านก็ตั้งท่าถือถังน้ำกันอย่างพร้อมเพรียง แน่นอนค่ะว่าดิฉันจะต้องชะลอรถเพื่อให้เพื่อนๆได้สาดน้ำ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อดิฉันสะกดคำว่าชะลอเป็นแต่คงไม่เข้าใจความหมายเท่าไหร่ พอถึงจุดหักโค้งดิฉันก็เบรกแบบกะทันหันเลยค่ะ คิดว่ารถจะหยุดนิ่งอย่างสวยงามไหมคะ? ไม่เลยค่ะ ด้วยความที่ถนนลื่น ทำให้รถเสียหลักล้มลงกับพื้นถนน เพื่อนๆที่ซ้อนท้ายมาด้วยกันกระเด็นออกไปคนละทิศคนละทาง แต่ดิฉันไถลติดไปกับรถเป็นระยะทางยาวพอสมควร เกิดอาการเบลออยู่นานทีเดียวถึงจะเริ่มตั้งสติได้ เกิดความรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งตัวก่อนสังเกตเห็นเลือดที่ติดอยู่ตามพื้นถนน ดิฉันรีบหันมองดูเพื่อนๆปรากฏว่าทุกคนไม่เป็นอะไร จึงรีบหันกลับมาสำรวจตัวเองก็พบว่าตรงบริเวณเหนือสะโพกด้านขวาแผ่นหนังกำพร้าเปิดออกจนเห็นเนื้อ มันน่ากลัวมากเลยค่ะ แต่ตอนนั้นเจ็บมีมากกว่ากลัว หลังจากที่ทำแผลแล้วกลับถึงบ้าน หูชาไปหนึ่งเดือนเลยค่ะ ไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุนะคะแต่เพราะคุณแม่ที่รักบ่นยาวเหยียดแบบไม่รู้จักเหนื่อยกันเลยทีเดียว แต่ก็เข้าใจค่ะ ว่าท่านบ่นเพราะเป็นห่วงและตลอดเวลาที่บาดเจ็บ คนที่คอยดูแลอย่างดี ป้อนข้าวป้อนน้ำ เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ก็คงหนีไม่พ้นผู้เป็นแม่ ช่วงนั้นท่านต้องลางานไปหลายวันเลยค่ะ

จากเหตุการณ์ครั้งนั้นเลยทำให้ดิฉันรู้ว่า การที่เราใช้ชีวิตอยู่บนความประมาทนั้้น บางครั้งไม่ได้เดือดร้อนแต่เราเพียงผู้เดียว แต่ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับคนรอบข้างด้วยไม่มากก็น้อย ดังนั้นไม่ว่าจะกระทำอันใดก็ตาม ก่อนจะกระทำควรนึกถึงตนเอง พ่อแม่ บุคคลใกล้ชิดและใครอีกหลายๆคนที่จะได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เรากระทำเสมอ

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 4

สิ่งที่ได้เรียนรู้

        วันนี้ได้เรียนรู้เรื่องการเขียนอัตชีวประวัติ,การเขียนบทวิจารณ์,การเขียนเพื่อเล่าเรื่อง ซึ่งทั้งสามเรื่องได้เรียนรู้จากรูปแบบการนำเสนอและกิจกรรมของเพื่อนๆ ที่ได้ทำการศึกษาค้นคว้ามาถ่ายทอดให้เพื่อนในห้องฟัง ซึ่งก็เป็นความรู้ที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและการเรียนการสอนได้ หรือประโยชน์ด้านอื่นๆได้เช่นกัน

ความรู้ใหม่ที่ได้รับ

         การเขียนอัตชีวประวัติแบ่งออกได้มากกว่าหนึ่งประเภท ซึ่งที่ผ่านมาดิฉันก็มีความรู้ในเรื่องนี้แค่พื้นฐานเท่านั้น และเพิ่งได้ทราบขั้นตอนการเขียนบทวิจารณ์อย่างถูกต้อง

ข้อเสนอแนะ

        เพื่อนๆแต่ละกลุ่มนำเสนอได้ดีมากเลยค่ะ มีกิจกรรมและเกมต่างๆให้เพื่อนในห้องได้มีส่วนร่วม ซึ่งเป็นการสร้างความเข้าใจในเนื้อหาได้โดยไม่น่าเบื่อหน่าย และยังสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ที่ดีอีกด้วยค่ะ